แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพูด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การพูด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ทำอย่างไรให้นักเรียน กล้าคิด กล้าแสดงออก

 ..... เพลงพิณ  จำปาทอง 
ครู โรงเรียนวัดอภยาราม....

กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ รวมกันแล้ว เป็นการกล้าแสดงออก  ครูผู้มีหน้าที่นอกจากจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนแล้ว  ครูจะต้องอบรมบ่มนิสัยนักเรียนให้อยู่ได้ในสังคมนี้อย่างมีความสุข  ตามเจตนารมณ์ของหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้นักเรียนเป็นคนดี  คนเก่ง  และมีความสุข  ทั้งนี้นักเรียนควรมีคุณลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์หลายประการ  หนึ่งในจำนวนนั้นคือ  นักเรียนควรมีความกล้าในการแสดงออก
การแสดงออก  หมายถึง  นักเรียนมีความกล้าคิด  กล้าพูดและกล้าทำ  ซึ่ง กล้าคิด  คือ  การคิดในสิ่งที่ดีงาม  คิดสร้างสรรค์  คิดในทางบวกและเป็นประโยชน์  กล้าพูด  คือ  การพูดในสิ่งที่ดี  พูดสร้างสรรค์  พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์  และกล้าทำ  คือ  การมีความประพฤติดี  มีวินัย  ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์  ดังนั้นกล้าคิด  กล้าพูด  กล้าทำ  รวมกันแล้วจึงเป็นการกล้าแสดงออกของนักเรียน 

แต่ในปัจจุบัน  นักเรียนส่วนใหญ่  กล้าในสิ่งที่ไม่ควรกล้า  จะคิดว่าเป็นความกล้านั้น  ก็ไม่ใช่  คงเป็นการก้าวร้าวมากกว่า  เพราะในความกล้านั้น  ควรเป็นความกล้าในสิ่งที่ดีงาม ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว  แต่นักเรียนมักก้าวร้าว  ไม่มีการให้อภัย  หนักนิดเบาหน่อยก็ไม่ยอมลดราวาศอก  ต้องมีการแก้แค้น  ดังที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ ดังนั้นผู้ที่เป็นครู  ผู้ปกครอง  ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด  ต้องสอนให้เด็ก  รู้จักการคิด  การพูด  การทำ  ในขอบเขตที่ดีงาม  เมื่อเห็นการเกินเลยกว่าขอบเขตที่ดีงามนั้น  ควรมีการบอกสอน  ไม่ควรละเลยไป  พ่อแม่ผู้ปกครองบางครอบครัวนั้น  ไม่มีเวลาที่จะอบรมบ่มนิสัยที่บ้าน  ปล่อยให้เป็นหน้าที่และภาระของครูที่โรงเรียน   จึงเป็นวิธีคิดที่ไม่ถูกต้อง  ควรต้องมีการร่วมมือกันทั้งครูและผู้ปกครองตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง  จึงจะเกิดผลดีกับนักเรียน ให้เป็นสมาชิกที่ดีมีคุณภาพต่อประเทศชาติต่อไป

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2559

พูดเป็น - พูดดี - พูดเพราะ

......สุพรรณี  บัวเนียม

.....ครูโรงเรียนวัดอภยาราม

          “การพูดเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตประจำวันของเรามาก ซึ่งทำให้เกิดความสุข ความสำเร็จ หรือล้มเหลวได้ง่าย ๆ  โดยเฉพาะอาชีพครูที่จะต้องพูดอยู่บ่อย ๆ ฉะนั้นเรามาดูกันเถอะว่าเราควรจะพูดอย่างไรจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคน  พูดเป็น  พูดดี และพูดเพราะกันค่ะ   
   
          ๑. เมื่อจะพูดกับใครต้องมีสติและรู้ว่าควรจะพูดเพราะ พูดให้ดีๆ อย่าพูด เพราะอยากพูด หรือพูดตามใจตัวเอง คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น ผลที่ได้รับอาจนำความหายนะมาสู่เรา จงพูดด้วยความรู้สึกรักเพื่อนมนุษย์ และมีสติเสมอ และพูดด้วยภาษา น้ำเสียง ความหมายอย่างที่เราอยากได้ยิน ไม่ใช่พูดแบบสะใจตัวเอง
      
          ๒. ต้องฝึกจิตใจให้มีความกรุณาเพื่อนมนุษย์เสมอ ๆ คุณจึงจะสามารถพูดกับคนอื่นได้อย่างมีสติและด้วยความรักการพูดที่ดีมากที่อยากเอ่ยถึงคือ การพูดชมเชย และการปลอบโยนปลอบใจคน
                ๓. การพูดชมเชยเพื่อให้กำลังใจคนอื่น ต้องรู้จัก จับถูกคือไม่ จับผิดผู้อื่น ถ้าใครก็ตามได้ทำสิ่งใดที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรมแล้วถือว่าเขาถูกต้อง ใช้ได้แล้ว ไม่ควรไปวิจารณ์หรือว่าไม่ถูกต้อง ซึ่งส่วนมากคนชอบว่าคนอื่นทำไม่ถูกต้องเป็นเพราะตัวเองไม่ชอบสิ่งนั้น จึงคิดว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง นอกจากไม่วิจารณ์คนอื่นแล้ว ควรจะพูดชมเชยคนอื่นให้เป็นด้วย  จงชมในสิ่งที่เขามีดีหรือทำดี ประพฤติดี เท่าที่มองเห็นจริง ๆ ไม่ใช่ชมเชยแบบเกินจริง หรือชมแบบเสแสร้งไม่จริงใจ  จงพูดด้วยความรู้สึกจากใจว่าเขาทำเต็มที่แล้ว ทำได้แค่ไหนแค่นั้น ก็นับว่าเป็นการทำที่ดีมาก เก่งมากแล้ว โดยไม่ต้องนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่ดีกว่าหรือหรือด้อยกว่า ควรพูดชมเชยให้กำลังใจเขา...
     
          ๔. การปลอบใจคน เป็นวิธีการพูดที่เป็นเสน่ห์อย่างมาก ยามที่คนหมดกำลังใจหรือทำสิ่งใดผิดพลาดไป หรือมีความทุกข์ คุณไม่ควรซ้ำเติม หรือพูดยกย่องตัวเองแล้วกล่าวถึงความด้อยของเขาให้เสียกำลังใจ  คุณควรจะพูดถ่อมตัวเองทำนองว่า เคยทำผิดพลาดในบางเรื่องเช่นกัน และพูดยกย่องเขาว่าเขามีความดี ความเด่นอีกหลาย ๆ อย่างที่สามารถทำให้เขาประสพความสำเร็จในครั้งต่อ ๆ ไป เป็นการให้ความหวังแก่เขา  และควรเสนอตัวคุณเองเพื่อช่วยเหลือเท่าที่ทำได้ ถ้าจะเลี้ยงน้ำหวานเขาสักแก้วก็ดี เขาจะไม่ลืมบรรยากาศของการพูดคุยวันนั้นเลย

          อย่าไปพูดว่า “ไม่น่าเลย...ไม่น่าเลย” หรือ ถ้าเป็นฉัน ไม่ทำอย่างนี้หรอก”  เขาจะนึกว่าเขาทำความผิด และทำให้คนอื่นผิดหวังมากขึ้น     

          เคยมีนักเรียนคนหนึ่งสอบเอ็นทรานซ์ไม่ติด ครูพูดกับนักเรียนว่า....ไม่น่าเลยที่เธอเป็นคนเก่ง ทำไมสอบไม่ติด ครูอีกคนพูดว่า...ไม่น่าเลยนะ โรงเรียนหวังจะได้ชื่อเสียงจากเธอ” (เพราะเขาเป็นเด็กเรียนเก่ง)อีกคนพูดว่า...ไม่น่าเลยนะ นักเรียนอีกคนที่เก่งสู้เขาไม่ได้ กลับสอบติด”... เด็กนักเรียนคนนั้นกลับบ้านด้วยความน้อยใจและกินยาตายในที่สุด ก็เพราะคำว่า ไม่น่าเลย ๆ ๆ ๆ นี่แหละ จงหัดปลอบโยนคนให้เป็นไม่ใช่อยากปลอบโยนแต่ไปทำให้เขาทุกข์มากขึ้นอีก

          ๕. ประโยคที่ใช้ปลอบใจตัวเองหรือคนอื่นได้ดีที่คุณควรใช้บ่อย ๆ ได้แก่                      ไม่เป็นไรหรอก                 เดี๋ยวก็ดีขึ้น                 ช่างมันเถิด                 เดี๋ยวมันก็ผ่านไป                 รับรองว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้นแน่ ๆ                 โธ่! เรื่องเล็กน่า...                 ใคร ๆ ทำผิดกันได้ทั้งนั้น                 ฉันก็เคยทำผิดมาแล้วเหมือนกัน                           คนที่มีวุฒิภาวะ ชีวิตมีคุณภาพ จะเป็นคนพูดเป็น พูดเพราะเสมอ  และรู้ตัวว่ากำลังพูดกับใคร ที่ไหน อย่างไร รู้กาลเทศะ มีเมตตากรุณาเสมอเพราะจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักมนุษย์  ดังนั้น ในการจัดการเรียนรู้ ครูจึงควรคำนึงถึงคำพูดที่ใช้กับนักเรียน  หากนักเรียนได้ฟังคำพูดที่เป็นปิยวาจา จะทำให้รู้สึกเหมือนมีน้ำทิพย์มาชโลมใจ รู้สึกเป็นมิตร ซาบซึ้งและไว้วางใจครูมากขึ้น

......................................................................

วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การพูดนั้น.....สำคัญไฉน


                                                                                                                              โดย  กรุณา  หมวดมณี
                                                                                                                              ครูโรงเรียนวัดอภยาราม

                การพูดเป็นการสื่อสารที่มีความสำคัญ  และเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากที่สุด  เพราะคำพูดเป็นเครื่องสื่อความคิดที่รวดเร็ว  แพร่หลายได้ผลอย่างยิ่ง  อาชีพครูเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยการพูดเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้และประสานสัมพันธ์กับนักเรียนในกิจกรรมการเรียนการสอน
                การพูดมีผลดีต่อตัวผู้พูด ดังนี้
                1.  การสมาคม ผู้พูดดีย่อมเป็นที่นิยมชมชอบนับตั้งแต่สังคมเล็ก ๆ จนถึงสังคมขนาดใหญ่  โดยทั่วไปการคบหาสมาคมต้องอาศัยความสามารถในการพูด ดังพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎในดุสิตสมิตตอนหนึ่งว่า

                                                การพูดนั้นไม่ยาก                ปานใด  พี่เอย
                                     ใครที่มีลิ้นอาจ                               พูดได้
                                     สำคัญแต่ในคำ                               ที่พูด  นั่นเอง
                                     อาจจะทำให้ชอบ                          และชัง
                2.  ความสำเร็จในชีวิต  มีผู้กล่าวว่า การพูดที่ดีเป็นเครื่องมือบงการที่มีค่าสูงสุด  ทั้งนี้เนื่องจากการพูดจะช่วยให้การถ่ายทอดทุกสิ่งเป็นไปตามใจนึก ทำให้ความสามารถปรากฏเป็นที่เด่นชัด  ตลอดจนกิจการงานจะลุล่วงไปตามจุดประสงค์  การทำอาชีพใด ๆ ก็ตามต้องใช้การพูด   การดำเนินงานนั้นจึงจะสำเร็จ
                การพูดมีผลดีต่อส่วนรวม ดังนี้
                1. ศาสนา  การเผยแพร่พระธรรมในทุก ๆ ศาสนาก็ด้วยจุดประสงค์ เพื่อชักจูงจิตใจให้คนอยู่ในสภาพดีงามและปฏิบัติตนเป็นคนดี ต้องอาศัยการพูดเป็นการโน้มน้าวจิตใจให้คนมีศรัทธา
                2. การเมือง  มนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเมืองหรือประเทศ นโยบายการปกครองเพื่อแถลงให้ประชาชนทราบก็ต้องอาศัยการพูดเป็นสำคัญ
                3. การค้า  การโฆษณาเพื่อการค้าต้องอาศัยการพูดเพื่อชักจูงจิตใจให้มีการซื้อขายอย่างกว้างขวาง การค้าระหว่างประเทศก็ต้องการความสามารถในการพูดติดต่อ เพื่อผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ
                4. การสงคราม  การทำสงครามไม่ว่าแบบใด ๆ สิ่งสำคัญที่สุด คือ การโฆษณาชวนเชื่อ จุดแรกของการโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม ก็คือการตัดการสื่อสารเพื่อมิให้มีโอกาสโฆษณาชวนเชื่อ เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม อาวุธยุทธภัณฑ์มีอานุภาพเพียงใดก็ตาม อานุภาพนั้นจะเป็นผลสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่ได้อาศัยการพูดโน้มน้าวจิตใจฝ่ายตรงข้ามประกอบ

                การเรียนการสอนปัจจุบันนี้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน และชี้แจงเพื่อให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างถูกวิธี  ซึ่งต้องอาศัยการพูดอย่างมีศิลปะและจิตวิทยาประกอบกับกลวิธีอื่น ๆ อีก ดังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เรื่องวิวาห์พระสมุทร เกี่ยวกับความสำคัญของการพูดสำหรับอาชีพครู ความว่า

ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า                     หนังสือเป็นตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย
                         ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากกาย                                     มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ
                                ถึงเป็นครูรู้วิชาปัญญามาก                 ไม่รู้จักใช้ปากให้จัดจ้าน
                         เหมือนเต่าฝังนั่งซื่อฮื้อรำคาญ                                 วิชาชาญมากเปล่าไม่เข้าที

......................................................

ข่าวการศึกษา